Scan & Get our app!

Get our app!

Download our app and stay connected on the go.

Download app
ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

สูตรคำนวณอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ (Return on Asset) เผยวิธีคำนวณ ROA แบบละเอียด!

Return on Asset หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า ROA เป็นอัตราส่วนสำคัญทางการเงินที่จะช่วยคำนวณ วัด และประเมินความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจากสินทรัพย์ที่บริษัทนั้นๆ ถือครองอยู่ พูดง่ายๆ ก็คืออัตรา ROA ช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท รวมถึงนำผลประกอบการของ 2 บริษัทมาเปรียบเทียบกันได้ โดยอาศัยการคำนวณจากสินทรัพย์เฉลี่ยและรายได้สุทธิของบริษัทเหล่านั้น

None

ในบทความวันนี้ เราจะมาคลายข้อสงสัยให้ท่านว่า Return on Asset คืออะไรกันแน่? พร้อมสูตรการคำนวณ ROA แบบง่ายๆ ที่แม้แต่มือใหม่ก็ยังคำนวณได้ไม่ยาก เพื่อจะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าท่านควรลงทุนในบริษัทที่ท่านกำลังสนใจจริงๆ หรือเปล่า? คุ้มค่ากับการลงทุนระยะยาวมากแค่ไหน?

ROA คืออะไร?

Return on Asset หรือ ROA คือ อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่นักลงทุนใช้ประเมินสภาวะทางการเงินของบริษัทว่าบริษัทนั้นๆ มีผลประกอบการเป็นอย่างไร โดยหากผลการคำนวณตัวเลข ROA ออกมาสูง แสดงว่าบริษัทนั้นๆ มีความเคลื่อนไหวทางการเงินที่ดี มีผลประกอบการที่น่าพึงพอใจจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset management) แต่หากตัวเลข ROA ต่ำ แสดงว่าบริษัทนั้นมีการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีพอ ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ จึงยังไม่เหมาะที่นักลงทุนจะเข้าไปลงทุนด้วย

สูตรคำนวณ Return on Asset

ในการคำนวณ ROA ท่านจะต้องทราบรายได้สุทธิ (Net income) ของบริษัท ซึ่งคำนวณมาจากรายได้ตลอดปีและจำนวนสินทรัพย์เฉลี่ย (Average asset) หรือที่เรียกกันว่า End-of-period asset นั่นเอง โดยสูตรการคำนวณอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ (ROA) มีดังนี้:

ROA = รายได้สุทธิ (Net Income) / สินทรัพย์เฉลี่ยรวม (Average asset)

Keadaan perdagangan terbaik di industri
Deposit bonus
sehingga 200% Deposit bonus 
sehingga 200%
Spread
dari 0 pip Spread 
dari 0 pip
Penganugerahan platform
Copy Trading Penganugerahan platform 
 Copy Trading
Sertai serta-merta

อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์สำคัญอย่างไร?

ROA เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางการเงินที่สามารถคำนวณได้ไม่ยาก ใช้ง่าย แต่ทำให้นักลงทุนเข้าใจและประเมินโอกาสในการทำกำไรจากบริษัทต่างๆ ได้จริง ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากการประเมินอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งแล้ว นักลงทุนยังสามารถเปรียบเทียบผลของ 2 บริษัทในช่วงเวลาต่างๆ ได้พร้อมกันอีกด้วย นักลงทุนจะได้เปรียบเทียบได้ว่าบริษัทไหนที่มีผลประกอบการที่น่าสนใจและน่าลงทุนมากกว่า

โดยหากนักลงทุนต้องการเปรียบเทียบบริษัท 2 บริษัท สิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรพิจารณา คือ บริษัททั้ง 2 ต้องมีขนาดบริษัทเท่าๆ กัน และต้องอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพราะธุรกิจแต่ละกลุ่มก็จะมีตัวเลขอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น ท่านไม่สามารถผลการคำนวณอัตรา ROA จากบริษัทที่มีขนาดต่างกันหรืออยู่คนละกลุ่มกันมาเปรียบเทียบกันได้ เนื่องจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่กว่าก็ย่อมมีจำนวนสินทรัพย์หรือผลประกอบการสูงกว่าเป็นธรรมดา

วิธีนำอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ไปใช้ในการลงทุน

นักลงทุนสามารถนำผลการคำนวณ ROA ไปใช้ประกอบการลงทุนได้หลายแบบ โดยส่วนใหญ่นักเทรดและบริษัทจะมีวิธีการนำอัตรา ROA ไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ดังนี้:

  1. เพื่อประเมินผลการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ท่านควรคำนวณอัตรา ROA โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากท่านกำลังมองหาโอกาสการลงทุนในระยะยาวที่มีความเสี่ยงน้อย
  2. เปรียบเทียบ 2 บริษัท เพื่อช่วยให้ท่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรลงทุนกับบริษัทไหนจึงมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แต่อย่าลืมว่าท่านจะต้องเปรียบเทียบบริษัทที่มีขนาดเท่าๆ กัน หรือจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันเท่านั้นนะครับ
  3. เพื่อหาบริษัทที่มีประสิทธิภาพในการถือครองสินทรัพย์ หากตัวเลข ROA ออกมาต่ำ แสดงว่าบริษัทนั้นมีการถือครองสินทรัพย์จำนวนมาก (เช่น บริษัทสายการบิน) แต่หากอัตรา ROA ออกมาสูง แสดงว่าบริษัทนั้นมีการถือครองสินทรัพย์น้อย (เช่น บริษัทเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นต้น)

หากผลการคำนวณตัวเลข ROA ออกมาสูงกว่า 20% นั่นหมายความว่าท่านกำลังให้ความสนใจกับบริษัทที่มีการถือครองสินทรัพย์น้อยและมีผลการดำเนินงานที่ดี แต่หากตัวเลข ROA ต่ำกว่า 5% บริษัทที่ท่านเล็งไว้อาจมีการถือครองสินทรัพย์จำนวนมาก และหากลงทุนด้วยก็อาจมีโอกาสเสี่ยงขาดทุนในระยะยาว

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน