Scan & Get our app!

Get our app!

Download our app and stay connected on the go.

Download app
ออกจากระบบ
คุณจะแน่ใจหรือไม่ที่จะออกจากระบบ

หลักการ Parity ในการเทรด คืออะไร? วิธีทำกำไรจากตราสารที่มูลค่าเท่ากัน

โดยทั่วไป “Parity” นั้นหมายถึง “ความเท่าเทียม” แต่ในแง่ของการเทรด Parity หมายถึง มูลค่าความเท่าเทียมกันของสินทรัพย์ ซึ่งเป็นรูปแบบมูลค่าของสินทรัพย์การเงินหลายประเภทในตลาดการลงทุน โดยเมื่อกล่าวถึง Parity Value นั่นหมายความว่าสินทรัพย์ทั้ง 2 รายการนั้นมีการซื้อขายที่มูลค่าเท่าๆ กัน ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งในการเทรดหุ้น (Stock), คู่เงิน (Currency pair), ตราสารหนี้ (Bond) และสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) เป็นต้น

None

อย่างไรก็ตาม Parity หรือมูลค่าที่เท่าเทียมกันนั้นอาจไม่ได้หมายถึงราคาของสินทรัพย์นั้นๆ เพียงอย่างเดียวเสมอไป แต่ยังเป็นการอธิบายภาพรวมความเท่าเทียมกันของตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหลายๆ อย่าง เช่น อัตราดอกเบี้ย และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น โดยในบทความวันนี้ เราจะมาอธิบายว่า Parity หมายถึงอะไร แล้วมูลค่าความเท่าเทียมที่ว่านั้นมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

องค์ประกอบสำคัญที่ต้องรู้ก่อนเข้าใจความหมายของ Parity

อย่างที่เราได้บอกไปว่า Parity เป็นตัวบ่งบอกปัจจัยราคาของสินทรัพย์ 2 ตัวที่มีมูลค่าเท่ากัน โดยอาจจะเป็นหลักทรัพย์หรือสินค้าโภคภัณฑ์ก็ได้เช่นกัน ซึ่งช่วงที่มี Parity เกิดขึ้นคือจังหวะที่ตราสารการเงินทั้ง 2 มีมูลค่าเท่ากัน ณ ช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ จังหวะที่สินทรัพย์ทั้ง 2 มีความเท่าเทียมกันถือเป็นจังหวะที่มีโอกาสทำกำไรได้มากที่สุดเมื่อท่านแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ตัวหนึ่งกับสินทรัพย์อีกตัว หรือพูดง่ายๆ ก็คือเมื่อนักลงทุนเทรดสินทรัพย์ 2 ตัวที่มี Parity ซึ่งกันและกัน นั่นหมายความว่า สินทรัพย์ทั้ง 2 มีมูลค่าและราคาเท่ากัน โดยปัจจัยสำคัญที่ท่านควรรู้เกี่ยวกับ Parity ได้แก่:

  1. ท่านสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ได้ตั้งแต่ 2 รายการขึ้นไป ณ มูลค่าและราคาที่เท่าเทียมกัน
  2. สามารถนำไปใช้เทรดได้หลายระยะเวลา ขึ้นอยู่กับประเภทของตราสารที่ท่านเลือกเทรด
  3. Parity เป็นจังหวะการแกว่งตัวของราคาที่ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนตราสารชนิดหนึ่งเป็นตราสารอีกชนิด ตัวอย่างเช่น แลกเปลี่ยนสกุลเงินหนึ่งกับอีกสกุลเงิน หรือนำตราสารหนี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นหุ้นแทน

การเทรด Forex แบบ Parity หมายถึงอะไร?

ในแง่ของการเทรด Forex นักเทรดจะเข้าใจกันดีว่าจังหวะที่เกิด Parity คือ ช่วงที่ค่าเงินมีมูลค่าต่ำเกินจริง หรือมีมูลค่าสูงเกินจริง ทำให้นักลงทุนเฝ้ารอการกลับตัวและใช้โอกาสดังกล่าวในการทำกำไร พูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อค่าเงินมีราคาต่ำเกินจริง ในไม่ช้าค่าเงินดังกล่าวจะมีการปรับตัวกลับขึ้นมาและพุ่งสวนทางกับตราสารอื่นๆ ที่มีมูลค่าสูงเกินจริง จะเห็นได้ว่านี่เป็นโอกาสทำกำไรแบบง่ายๆ ดังนั้น ท่านจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเทรดเสมอเมื่อตลาดเกิด Parity หรือสินทรัพย์มีมูลค่าเท่าเทียมกัน

Keadaan perdagangan terbaik di industri
Deposit bonus
sehingga 200% Deposit bonus 
sehingga 200%
Spread
dari 0 pip Spread 
dari 0 pip
Penganugerahan platform
Copy Trading Penganugerahan platform 
 Copy Trading
Sertai serta-merta

ในฐานะนักเทรด Forex เราขอแนะนำให้ท่านใช้หลักการ PPP (Purchasing Power Parity หรือ ความเท่าเทียมของอำนาจการซื้อ) ซึ่งจะช่วยระบุได้ว่าค่าเงินใดที่มีมูลค่าการซื้อขายแลกเปลี่ยนอยู่ต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม (Fair Price) หรือที่เรียกว่า Parity Value และอาจมีการกลับตัวพุ่งขึ้นมาในไม่ช้า โดยขั้นตอนการเทรดแบบ Parity นั้นง่ายมากๆ:

  1. ขั้นแรก ท่านจะต้องขายสกุลเงินที่มีมูลค่าสูงเกินจริงทิ้งไปก่อน
  2. จากนั้น ท่านจะต้องซื้อสกุลเงินที่มีมูลค่าต่ำเกินจริง และรอให้ค่าเงินดังกล่าวกลับไปยังราคา Parity

แน่นอนว่ากลยุทธ์การเทรด Parity อาจมาพร้อมกับความเสี่ยงไม่ต่างจากการเทรดรูปแบบอื่นๆ โดยข้อเสียที่ชัดเจนของการเทรดด้วยทฤษฎี PPP คือ ไม่สามารถนำไปใช้กับการเทรดระยะสั้นได้ เนื่องจากการเทรดรายวันนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยและสัญญาณในตลาดหลายๆ อย่างซึ่งยากมากที่จะยืนยันสัญญาณที่ชัดเจนได้ ทฤษฎี Parity จึงเหมาะสำหรับการเทรดระยะยาวเท่านั้น

ตัวอย่างการเทรดแบบ Parity

ตัวอย่างการเทรดด้วยหลักการ Parity จะแตกต่างกันไปตามสินทรัพย์ที่ท่านเทรด ซึ่งถึงแม้ว่าหลักการนี้จะนำไปใช้ได้กับหลายๆ ตราสาร แต่มีตราสารส่วนใหญ่ที่เรานิยมใช้ ได้แก่:

  • หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bond) – คือ การลงทุนที่นำมูลค่าของตราสารหนี้ไปแลกเปลี่ยนกับผลตอบแทนของหุ้น ทำให้นักลงทุนสามารถทำกำไรที่มั่นคงและรับผลตอบแทนในระยะยาวได้
  • ตราสารสิทธิ (Option Market) – หลักการ Parity ทำให้นักเทรดสามารถประเมินระดับค่าของตราสารต่างๆ ได้ (ส่วนใหญ่จะใช้กับหุ้น) โดยปัจจัยสำคัญที่ท่านควรสนใจ ได้แก่ มูลค่าในตัวหรือมูลค่าแท้จริง (Intrinsic Value), วันครบกำหนดอายุ (Expiration Date) และราคาใช้สิทธิ์ (Strike price) เป็นต้น

บทสรุปเกี่ยวกับ Parity

Parity หมายถึง สินทรัพย์ 2 ตัวที่มีราคาและมูลค่าเท่ากัน โดยท่านสามารถนำหลักการนี้ไปใช้กับตราสารได้หลายประเภท เพื่อระบุว่าตราสารเหล่านั้นมีมูลค่าต่ำหรือสูงเกินจริง รวมถึงจับจังหวะที่ดีที่สุดในการแลกเปลี่ยนตราสารหนี้ที่ท่านถืออยู่ให้เป็นหุ้นแทน ทั้งนี้ เราขอย้ำเตือนอีกทีว่าหลักการนี้ไม่เหมาะสำหรับการเทรดระยะสั้น เนื่องจากอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์การเทรดที่ไม่แน่นอนได้ แต่หากท่านนำหลักการ Parity ไปใช้กับการเทรดในระยะยาวก็จะก่อให้เกิดผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาวได้อย่างแน่นอนครับ

บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน