การทำความเข้าโครงสร้างของตลาดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนและนักเทรดที่อาศัยการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคเป็นหลัก ซึ่งสำหรับนักเทรดมือใหม่ โครงสร้างตลาดอาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเล็กน้อยเนื่องจากมีมือใหม่หลายรายที่เข้าใจผิดคิดว่าโครงสร้างตลาดก็คือพฤติกรรมราคา (Price action) ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่ โครงสร้างตลาดถึงแม้จะมีความคล้ายคลึงกับพฤติกรรมราคา แต่ก็มีความแตกต่างที่เห็นได้ชัด
ในบทความวันนี้ เราจะมาอธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างตลาด รวมถึงประเภทของโครงสร้างตลาดทั้งหมด เพื่อไขข้อสงสัยว่ามันแตกต่างจากพฤติกรรมราคาอย่างไร
Market structure หรือ Market state หมายถึง โครงสร้างตลาด ซึ่งเป็นตัวอธิบายการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาของพฤติกรรมราคาในกรอบเวลาต่างๆ อย่างที่ท่านทราบกันดีว่าราคามักขึ้นๆ ลงๆ ตามความผันผวน โดยความผันผวนเหล่านั้นสามารถนำมาตีความได้เป็นรูปแบบหรือโครงสร้างของตลาดซึ่งใช้บอกภาพรวมของกราฟราคาในกรอบเวลารายวัน, รายสัปดาห์, รายเดือน หรือแม้กระทั่งรายปี
สิ่งที่นักลงทุนและนักเทรดเชิงเทคนิคต้องทำ คือ การติดตาม การวิเคราะห์ตลาด และใช้งาน อินดิเคเตอร์ช่วยวิเคราะห์กราฟ ที่หลากหลาย เพื่อพิจารณาภาพรวมของตลาดและระบุประเภทโครงสร้างของตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่:
ด้วยเหตุน้ีเอง ทำให้นักเทรดส่วนใหญ่เลือกใช้เครื่องมือเทรดและอินดิเคเตอร์หลายชนิดเพื่อจับรูปแบบของตลาดและเลือกใช้กลยุทธ์เทรดที่เหมาะสม ก่อนอื่นต้องเข้าใจสภาวะของตลาดโดยรวมให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยเปิดคำสั่งซื้อขายในตลาด
จะสังเกตได้ว่ารูปแบบโครงสร้างตลาดนั้นขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของราคา พูดง่ายๆ ก็คือ การเคลื่อนไหวของราคาเป็นพื้นฐานหรือปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อโครงสร้างตลาด เนื่องจากมันจะบ่งบอกผันผวนของผลิตภัณฑ์การเงินต่างๆ ภายในกรอบเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่ามูลค่าของหลักทรัพย์ที่ซื้อขายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
นอกจากจะเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของโครงสร้างตลาดแล้ว พฤติกรรมราคายังมาพร้อมกับพื้นฐานในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิคที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถพิจารณาได้ว่าราคามีพฤติกรรมอย่างไรในอดีต และจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต
วิธีที่ดีที่สุดและเชื่อถือได้มากที่สุดในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาและพฤติกรรมราคา คือ การวางแผนติดตามกราฟราคา แพทเทิร์นกราฟต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค โดยท่านอาจเคยเห็นรูปแบบแท่งเทียนบางประเภทที่นิยมเทรดกันอย่างมากแล้ว รวมถึงแพทเทิร์นแท่งเทียนแบบญี่ปุ่น และแพทเทิร์นอื่นๆ อีกมากมาย โดยแท่งเทียนเหล่านั้นจะช่วยให้นักเทรดทราบได้ว่าการเคลื่อนไหวของราคาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยเราแบ่งพฤติกรรมราคาออกได้เป็น 3 รูปแบบ ได้แก่:
สิ่งที่เทรดเดอร์จะต้องพึงระลึกไว้เสมอ คือ การเคลื่อนไหวของราคานั้นได้รับอิทธิพลจากการไหลของผลิตภัณฑ์ (Product flow) ทำให้ราคามีการดีดขึ้นหรือร่วงลงเกินกว่าระดับอุปสงค์และอุปทาน หรืออาจเคลื่อนไหวแบบนิ่งๆ ในบางครั้ง แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การเคลื่อนไหวของราคาคือสิ่งสำคัญที่ส่งผลต่อโครงสร้างตลาด ซึ่งส่งผลให้ราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆ นั่นเอง
บทความนี้ไม่มีและไม่ควรถูกพิจารณาว่ามีคำแนะนำหรือคำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงข้อเสนอหรือการชักชวนในการทำธุรกรรมใดๆ ในตราสารทางการเงิน ทั้งนี้ นักลงทุนควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน